DuriSense คือจมูกอิเล็กทรอนิกส์บนไม้ยาว จ่อที่ผลบนต้น กดปุ่มเดียว แล้วโทรศัพท์บอกว่ากลิ่นเพิ่มจากเมื่อวานเท่าไร ไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องตัดลงมาดู
กำลังทดลองนำร่องกับสวนจริง · ยังไม่ใช่เครื่องมือรับรองผล

ภาพเรนเดอร์ 3 มิติจากแบบจริง
หัววัด 72 × 90 × 53 มม.
วันละครั้ง ถือเครื่องห่างต้น แล้วกดปุ่มสองครั้ง เครื่องจะรู้ว่า อากาศปกติของวันนั้น เป็นแบบไหน
เซนเซอร์อุ่นเครื่อง ราว 3 นาที พอไฟเขียวนิ่ง พร้อมเสียงบี๊บยาว ก็พร้อมวัด
บี๊บสั้นให้ถือห่างก่อน บี๊บคู่ให้จ่อเข้าผล ราว 20–45 วินาที แล้วโทรศัพท์ อ่านผลออกเสียง
เครื่องวัดเนื้อแห้งบอกได้ว่าผลเป็นอย่างไรในวันที่วัด DuriSense ดูว่ากลิ่นของลูกเดิมเปลี่ยนไปอย่างไร วัดลูกเดิม เวลาเดิม ทุกวัน แล้วต่อเส้นไปหาระดับกลิ่นของผลที่รู้ว่าสุกแล้ว
การคาดวันสุกเริ่มได้เมื่อมีผลสุกอ้างอิงอย่างน้อยหนึ่งลูก ก่อนหน้านั้นระบบบอกได้แค่ว่ากลิ่นเพิ่มวันละเท่าไร

วัดเสร็จ: บี๊บสองครั้ง = ส่งผลขึ้นระบบแล้ว · บี๊บช้าสามครั้ง = เก็บไว้ในเครื่อง จะส่งเองเมื่อมีเน็ต
จมูกอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้บอกว่าสารอะไรเท่าไร แต่จำรูปแบบกลิ่น แล้วดูว่ามันเปลี่ยนไปทุกวันอย่างไร
เซนเซอร์แก๊สชนิดโลหะออกไซด์ 3 ตัว ความต้านทานจะลดลงเมื่อเจอสารระเหย แต่ละตัวไวต่อกลุ่มสารต่างกัน เช่น กำมะถันซึ่งเป็นกลิ่นเด่นของทุเรียน และแอลกอฮอล์
วันละครั้งเครื่องอ่านค่าอากาศปกติไว้เป็นจุดตั้งต้น อุณหภูมิและความชื้นแต่ละวันไม่เท่ากัน การเทียบกับอากาศของวันเดียวกันจึงทำให้ค่าต่างวันเทียบกันได้
เครื่องอ่านอากาศรอบตัวก่อนสั้น ๆ แล้วจึงให้จ่อผล อ่านค่า 4 ครั้งต่อวินาทีจนค่านิ่ง ราว 20–45 วินาที แล้วคิดว่าเซนเซอร์ตอบสนองต่อกลิ่นผลมากกว่าอากาศปกติเท่าไร
วัดลูกเดิมเวลาเดิมทุกวัน ระบบดูว่ากลิ่นเพิ่มวันละกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วต่อเส้นไปหาระดับกลิ่นของผลที่รู้ว่าสุก เป็นที่มาของคำว่า “อีกราวกี่วัน”
ลูกที่ติดตามจะถูกวัดทุกวันหลังตัดจนถึงวันผ่า แล้วประเมินเนื้อ ทั้งสี ความแน่น ความหวาน และเนื้อแห้งถ้ามี ผลวันผ่าจะย้อนไปกำกับทุกวันที่วัดของลูกนั้น ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ใช้ตัดสินว่ากลิ่นบอกความสุกได้จริงหรือไม่

สมัครแล้วเพิ่มสวนกับต้น จับคู่เครื่องด้วยรหัส 6 หลัก แล้วเริ่มวัดลูกแรกได้เลย